วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ประเภทของรถยนต์

จำแนกประเภทรถยนต์ออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้ 

(1) ประเภทรถยนต์นั่ง หมายถึง รถยนต์ที่นั่งได้ไม่เกิน 7 คน  รวมทั้งคนขับ ได้แก่
  • รถเก๋ง
  • รถตรวจการเล็ก หรือรถแวนเล็ก
  • รถจิ๊ป  ช่วงสั้น
  • รถสามล้อเครื่อง
(2) ประเภทรถยนต์โดยสาร หมายถึง รถยนต์ที่นั่งได้เกิน 7 คน  รวมทั้งคนขับ  ได้แก่
  • รถตู้โดยสาร
  • รถปิคอัพ หรือรถโดยสารที่นั่งสองแถว
  • รถเมล์โดยสาร
(3) ประเภทรถยนต์บรรทุก หมายถึง รถยนต์ที่ใช้เพื่อการบรรทุก และขนส่งสินค้าชนิดต่างๆ  ได้แก่
  • ชนิดเก๋งทึบบรรทุก (แวน)
  • ชนิดกระบะไม้หรือเหล็ก  และมีหรือไม่มีหลังคา (ปิ๊กอัพหรือทรัค)
  • ชนิดถังเหล็ก (แท๊งก์)
(4) ประเภทรถยนต์ลากจูง หมายถึง รถยนต์ที่ไม่มีกระบะสำหรับการบรรทุก และใช้ในการลากจูง
(5) 
ประเภทรถพ่วง หมายถึง รถที่ไม่มีเครื่องยนต์ และใช้ในการบรรทุกคู่กับรถยนต์ลากจูง หรือใช้ในการบรรทุกคู่กับรถยนต์บรรทุก
(6) 
ประเภทรถจักรยานยนต์ หมายถึง รถสองล้อที่มีเครื่องยนต์  มีหรือไม่มีรถพ่วงก็ได้ 

(7) 
ประเภทรถยนต์นั่งรับจ้างสาธารณะ หมายถึง รถยนต์นั่งได้ไม่เกิน 7 คน รวมทั้งคนขับซึ่งจดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งรับจ้างสาธารณะ  ได้แก่ 
  • รถแท๊กซี่
  • รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง
  • รถสามล้อแท็กซี่
(8) ประเภทรถยนต์เบ็ดเตล็ด หมายถึง รถยนต์ที่ไม่จัดอยู่ใน 7 ประเภทรถยนต์ดังกล่าวข้างต้น  ได้แก่
  • รถยนต์ป้ายแดง
  • รถพยาบาล
  • รถดับเพลิง
          ง)   รถใช้ในการเกษตร
  • รถใช้ในการก่อสร้าง
           ฉ)   รถอื่นๆ  

ประวัติความเป็นมาของรถยนต์




          รถยนต์ (คาร์ ในภาษาอังเกรียน หรือ ชี่เชอ ในภาษาไชหน้า) หมายถึง ยานพาหนะที่มีล้อ และกินน้ำมันหรือ LPG หรือ NGV หรืออื่นๆ เป็นอาหาร แต่ไม่ใช่รถจักรยานยนต์ ตุ๊กตุ๊ก รถไฟ และอื่นๆ เอาเป็นว่าคุณรู้อยู่แล้วก็แล้วกันน่ะว่าอะไรคือรถยนต์
ปัจจุบัน รถยนต์มีความซับซ้อนในทางวิศวกรรมสูงมาก แต่ก็ยังแพงเกินไปอยู่ดี และมีหลายประเภทหลายรุ่นให้เลือกซื้อมาใช้ ตามความเหมาะสมของการใช้งาน หรือตามความต้องการส่วนบุคคล แต่โมเดล (รุ่น) ส่วนใหญ่ไม่มีจำหน่ายในประเทศเทย ดังนั้น หากอยากได้ของแปลก ก็ต้องยอมจ่ายแพงกว่าผู้อื่นหลายเท่าตัว ทั้งนี้เนื่องจากภาษีนำเข้ามหาโหด ซึ่งอัตราสูงสุดอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 400% ของราคาจริง อันเป็นที่มาของรถยนต์ราคา 100 ล้าน หรือมากกว่า ซึ่งราคาที่แท้จริงของมันนั้นไม่ถึงครึ่งหนึ่งของราคาที่ตั้งไว้สำหรับประเทศเทยสักหน่อย

          ก่อนช่วงปฎิวัติวิศวกรรมอุตสาหการ และวิศวกรรมเครื่องกล ยานพาหนะของผู้คนในสมัยนั้นยังไม่มีใช้ขับขี่ เลยทำให้จำใจต้องเดิน, วิ่ง หรือขี่ช้างม้าวัวควาย ฯลฯ ทั้งที่ขี้เกียจ แต่อยากขยับ อยากเคลื่อนที่ ก็เลยต้องทำ แต่หลังจากนั้น ได้มีการ์ใช้แรงดันน้ำมันมาขับเคลื่อน ก่อให้เกิดยานพาหนะแบบใหม่ ที่ไม่ต้องอาศัยแรงของคนหรือสัตว์ แต่ก่อมลพิษสูง
ในปี ค.ศ. 1888886 คาร์ เบนซ์ (Car Benz) วิศวกรชาวเย่อแล้วมัน ได้สร้างรถยนต์ที่กินน้ำมันตับปลาเป็นอาหารคันแรกของโลกได้สำเร็จ (Benz Parents' Motor-estate) (ดังนั้น คำว่า Car ในภาษาอังเกรียนนั้นมีที่มามาจากชื่อของท่านผู้นี้นี่เอง) โดยใช้โครงสร้างแบบลูกสูบ ซึ่งถูกวงไอน้ำนำไปทดลองสร้างลอกเลียนแบบในเวลาต่อมา โดยทางวงไอน้ำได้เพิ่มอุปกรณ์ช่วยเผาไหม้เชื้อเพลิง และเพิ่มวาล์ว ID และ Iเสีย ก่อให้เกิดเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ซึ่งกลุ่มผู้สร้างได้ขายลิขสิทธิ์ให้กับทางฮอนด้า และทำให้ "เครื่องยนต์สี่จังหวะต้องฮอนด้า" ในเวลาต่อมา ซึ่งวลีดังกล่าวนั้นหมายความว่า ฮอนด้าเป็นผู้นำในตลาดเครื่องยนต์สี่จังหวะ
เครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงในยุคแรกๆ นั้น ใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง ต่อมา ปี 1899997 วิน ดีเซล พยายามคิดค้นพลังงานอื่นมาใช้กับเครื่องยนต์ จนสำเร็จเป็นเครื่องยนต์ดีเซล แต่ก็ไม่เห็นมีใช้กับรถจักรยานยนต์เลยสักที คาดว่าเครื่องยนต์ดีเซลนั้นต้องมีขนาดใหญ่พอสมควร ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าน้ำมันดีเซลนั้นใช้เติมได้เฉพาะกับรถยนต์บางคันเท่านั้น

Tokyo Drift